ย้อนกลับ
จุดรับฝาก5 นาที

ฝากของไว้กับจุดรับฝากให้ถูกขั้นตอน

การฝากยังไม่สมบูรณ์จนกว่าผู้รับฝากจะยืนยันด้วย Code และหลังจากนั้นใครเป็นผู้ดูแลการส่งคืน

คำตอบสั้น ๆ

ถ้าคุณเจอของแต่ไม่สะดวกเก็บไว้เอง สามารถเลือกฝากไว้กับจุดรับฝากหรือคนที่รับดูแลแทนได้ แต่ต้องรู้ข้อเดียวให้ชัด: การฝากยังไม่สมบูรณ์จนกว่าผู้รับฝากจะกดยืนยันรับของด้วย Code ก่อนถึงตอนนั้น ระบบยังถือว่าเรื่องค้างอยู่ ไม่ใช่ว่าฝากเสร็จแล้ว

จังหวะการยืนยันนี้คือสิ่งที่ทำให้มีหลักฐานว่าของย้ายมืออย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่มีคนพิมพ์ชื่อสถานที่ลงในช่องหนึ่ง

เลือกระหว่างเก็บไว้เองกับฝากไว้กับผู้อื่น

เก็บไว้กับตัวเอง เหมาะเมื่อของไม่ใหญ่ ไม่ใช่ของมีค่าสูง และคุณสะดวกนัดส่งคืนเอง ในกรณีนี้คุณเป็นผู้ถือของและเป็นคนกดยืนยันการส่งมอบเมื่อเจ้าของมารับ

ฝากไว้กับผู้รับฝาก เหมาะเมื่อของมีค่า มีข้อมูลส่วนบุคคล คุณไม่สะดวกนัดเจอเป็นการส่วนตัว หรือของถูกพบในพื้นที่ที่มีเจ้าหน้าที่อยู่แล้ว หลังผู้รับฝากยืนยัน ความรับผิดชอบในการส่งคืนจะย้ายไปอยู่กับเขา

ทั้งสองแบบไม่ได้ดีกว่ากันเสมอไป แต่ถ้าเป็นโทรศัพท์ กระเป๋าสตางค์ บัตรประชาชน หรือเอกสารสำคัญ การฝากไว้กับจุดที่บันทึกผู้รับได้จะปลอดภัยกว่าสำหรับทุกฝ่าย

ขั้นตอนฝั่งผู้เจอ

  1. สร้างรายการของที่พบตามปกติ พร้อมรูปที่ปกปิดข้อมูลลับแล้ว
  2. ในขั้นตอนการเก็บรักษา ให้เลือกว่าจะฝากไว้กับผู้รับฝาก แล้วระบุสถานที่ที่จะนำของไปฝาก
  3. นำของไปส่งที่จุดนั้นจริง อย่าเพิ่งถือว่าเสร็จเพราะกรอกในแอปแล้ว
  4. ให้ผู้รับฝากเปิดฟอร์มยืนยันรับฝากด้วยการสแกน QR หรือกรอก KEY ที่คุณแสดงให้
  5. ตรวจว่าสถานะรายการเปลี่ยนเป็นรับฝากแล้ว ก่อนจะแยกย้าย

ถ้าผู้รับฝากยังไม่ยืนยัน รายการจะค้างอยู่ในสถานะรอการยืนยันรับฝาก และยังไม่ถือว่าเป็นการฝากที่สมบูรณ์ในระบบ

ขั้นตอนฝั่งผู้รับฝาก

  1. ตรวจของกับข้อมูลในรายการว่าตรงกันจริง
  2. สแกน QR หรือกรอก KEY 10 ตัวอักษรจากผู้นำของมาฝาก
  3. กรอกชื่อสถานที่รับฝากให้ชัดเจน เพราะข้อมูลนี้จะขึ้นเป็นจุดที่เจ้าของต้องเดินทางไป
  4. กรอกช่องทางติดต่อของจุดรับฝากเอง
  5. กดยืนยันรับฝากของ

Code รับฝากมีอายุ 5 นาที เช่นเดียวกับ Code ส่งมอบ ส่วนฟอร์มที่เปิดค้างไว้มีอายุ 30 นาที ถ้าหมดอายุระหว่างกรอก ให้ขอ Code ใหม่แล้วเริ่มใหม่ ไม่ต้องสร้างรายการซ้ำ

หลังยืนยันแล้วอะไรเปลี่ยนบ้าง

  • ผู้รับฝากกลายเป็นผู้ถือของในระบบ และเป็นคนที่ต้องกดยืนยันการส่งมอบเมื่อเจ้าของมารับ
  • ช่องทางติดต่อที่แสดงบนโพสต์เปลี่ยนเป็น ของผู้รับฝาก ไม่ใช่ของผู้เจอ
  • จุดรับคืนบนแผนที่เปลี่ยนเป็นสถานที่ที่ฝากไว้
  • ผู้เจอยังเห็นประวัติของรายการที่ตัวเองสร้างได้ แต่ไม่ได้เป็นผู้ตัดสินใจเรื่องการส่งมอบอีกต่อไป

ข้อสุดท้ายสำคัญ เพราะหลังฝากแล้วคุณจะไม่สามารถกดยืนยันส่งมอบแทนผู้รับฝากได้ และไม่เห็นข้อมูลส่วนตัวของผู้ที่มาขอรับคืน

นำของไปให้เจ้าหน้าที่ที่จุดรับฝากทางการ

ถ้าคุณนำของไปส่งที่สถานที่ทางการที่อยู่ในระบบ แนวทางที่ถูกต้องคือ ผู้เจอเป็นคนสร้างรายการเอง แล้วเลือกสถานที่นั้นเป็นปลายทางการฝาก จากนั้นให้เจ้าหน้าที่ยืนยันรับของด้วย Code

อย่าให้เจ้าหน้าที่สร้างรายการแทนโดยไม่ผ่านขั้นตอนนี้ เพราะจะทำให้ประวัติขาดช่วงว่าของมาจากใคร แบบฟอร์มสร้างรายการที่อยู่ในหน้าจัดการสถานที่มีไว้สำหรับของที่เจ้าหน้าที่ของสถานที่นั้นเจอเองเท่านั้น

ก่อนเดินทางไปฝาก

  • โทรหรือทักถามเวลาทำการและเงื่อนไขการรับฝากก่อน โดยเฉพาะช่วงวันหยุด
  • ถามว่าจุดนั้นรับของประเภทที่คุณเจอหรือไม่ บางที่ไม่รับของสด ของเปียก หรือของมีค่าสูง
  • เผื่อเวลาให้เจ้าหน้าที่ตรวจของและกดยืนยันในระบบ ไม่ควรวางของทิ้งไว้แล้วเดินออกเลย
  • อ่านความต่างของจุดรับฝากทั่วไปกับจุดรับฝากที่ยืนยันก่อนตัดสินใจ

บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง