ฝากของไว้กับจุดรับฝากให้ถูกขั้นตอน
การฝากยังไม่สมบูรณ์จนกว่าผู้รับฝากจะยืนยันด้วย Code และหลังจากนั้นใครเป็นผู้ดูแลการส่งคืน
คำตอบสั้น ๆ
ถ้าคุณเจอของแต่ไม่สะดวกเก็บไว้เอง สามารถเลือกฝากไว้กับจุดรับฝากหรือคนที่รับดูแลแทนได้ แต่ต้องรู้ข้อเดียวให้ชัด: การฝากยังไม่สมบูรณ์จนกว่าผู้รับฝากจะกดยืนยันรับของด้วย Code ก่อนถึงตอนนั้น ระบบยังถือว่าเรื่องค้างอยู่ ไม่ใช่ว่าฝากเสร็จแล้ว
จังหวะการยืนยันนี้คือสิ่งที่ทำให้มีหลักฐานว่าของย้ายมืออย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่มีคนพิมพ์ชื่อสถานที่ลงในช่องหนึ่ง
เลือกระหว่างเก็บไว้เองกับฝากไว้กับผู้อื่น
เก็บไว้กับตัวเอง เหมาะเมื่อของไม่ใหญ่ ไม่ใช่ของมีค่าสูง และคุณสะดวกนัดส่งคืนเอง ในกรณีนี้คุณเป็นผู้ถือของและเป็นคนกดยืนยันการส่งมอบเมื่อเจ้าของมารับ
ฝากไว้กับผู้รับฝาก เหมาะเมื่อของมีค่า มีข้อมูลส่วนบุคคล คุณไม่สะดวกนัดเจอเป็นการส่วนตัว หรือของถูกพบในพื้นที่ที่มีเจ้าหน้าที่อยู่แล้ว หลังผู้รับฝากยืนยัน ความรับผิดชอบในการส่งคืนจะย้ายไปอยู่กับเขา
ทั้งสองแบบไม่ได้ดีกว่ากันเสมอไป แต่ถ้าเป็นโทรศัพท์ กระเป๋าสตางค์ บัตรประชาชน หรือเอกสารสำคัญ การฝากไว้กับจุดที่บันทึกผู้รับได้จะปลอดภัยกว่าสำหรับทุกฝ่าย
ขั้นตอนฝั่งผู้เจอ
- สร้างรายการของที่พบตามปกติ พร้อมรูปที่ปกปิดข้อมูลลับแล้ว
- ในขั้นตอนการเก็บรักษา ให้เลือกว่าจะฝากไว้กับผู้รับฝาก แล้วระบุสถานที่ที่จะนำของไปฝาก
- นำของไปส่งที่จุดนั้นจริง อย่าเพิ่งถือว่าเสร็จเพราะกรอกในแอปแล้ว
- ให้ผู้รับฝากเปิดฟอร์มยืนยันรับฝากด้วยการสแกน QR หรือกรอก KEY ที่คุณแสดงให้
- ตรวจว่าสถานะรายการเปลี่ยนเป็นรับฝากแล้ว ก่อนจะแยกย้าย
ถ้าผู้รับฝากยังไม่ยืนยัน รายการจะค้างอยู่ในสถานะรอการยืนยันรับฝาก และยังไม่ถือว่าเป็นการฝากที่สมบูรณ์ในระบบ
ขั้นตอนฝั่งผู้รับฝาก
- ตรวจของกับข้อมูลในรายการว่าตรงกันจริง
- สแกน QR หรือกรอก KEY 10 ตัวอักษรจากผู้นำของมาฝาก
- กรอกชื่อสถานที่รับฝากให้ชัดเจน เพราะข้อมูลนี้จะขึ้นเป็นจุดที่เจ้าของต้องเดินทางไป
- กรอกช่องทางติดต่อของจุดรับฝากเอง
- กดยืนยันรับฝากของ
Code รับฝากมีอายุ 5 นาที เช่นเดียวกับ Code ส่งมอบ ส่วนฟอร์มที่เปิดค้างไว้มีอายุ 30 นาที ถ้าหมดอายุระหว่างกรอก ให้ขอ Code ใหม่แล้วเริ่มใหม่ ไม่ต้องสร้างรายการซ้ำ
หลังยืนยันแล้วอะไรเปลี่ยนบ้าง
- ผู้รับฝากกลายเป็นผู้ถือของในระบบ และเป็นคนที่ต้องกดยืนยันการส่งมอบเมื่อเจ้าของมารับ
- ช่องทางติดต่อที่แสดงบนโพสต์เปลี่ยนเป็น ของผู้รับฝาก ไม่ใช่ของผู้เจอ
- จุดรับคืนบนแผนที่เปลี่ยนเป็นสถานที่ที่ฝากไว้
- ผู้เจอยังเห็นประวัติของรายการที่ตัวเองสร้างได้ แต่ไม่ได้เป็นผู้ตัดสินใจเรื่องการส่งมอบอีกต่อไป
ข้อสุดท้ายสำคัญ เพราะหลังฝากแล้วคุณจะไม่สามารถกดยืนยันส่งมอบแทนผู้รับฝากได้ และไม่เห็นข้อมูลส่วนตัวของผู้ที่มาขอรับคืน
นำของไปให้เจ้าหน้าที่ที่จุดรับฝากทางการ
ถ้าคุณนำของไปส่งที่สถานที่ทางการที่อยู่ในระบบ แนวทางที่ถูกต้องคือ ผู้เจอเป็นคนสร้างรายการเอง แล้วเลือกสถานที่นั้นเป็นปลายทางการฝาก จากนั้นให้เจ้าหน้าที่ยืนยันรับของด้วย Code
อย่าให้เจ้าหน้าที่สร้างรายการแทนโดยไม่ผ่านขั้นตอนนี้ เพราะจะทำให้ประวัติขาดช่วงว่าของมาจากใคร แบบฟอร์มสร้างรายการที่อยู่ในหน้าจัดการสถานที่มีไว้สำหรับของที่เจ้าหน้าที่ของสถานที่นั้นเจอเองเท่านั้น
ก่อนเดินทางไปฝาก
- โทรหรือทักถามเวลาทำการและเงื่อนไขการรับฝากก่อน โดยเฉพาะช่วงวันหยุด
- ถามว่าจุดนั้นรับของประเภทที่คุณเจอหรือไม่ บางที่ไม่รับของสด ของเปียก หรือของมีค่าสูง
- เผื่อเวลาให้เจ้าหน้าที่ตรวจของและกดยืนยันในระบบ ไม่ควรวางของทิ้งไว้แล้วเดินออกเลย
- อ่านความต่างของจุดรับฝากทั่วไปกับจุดรับฝากที่ยืนยันก่อนตัดสินใจ